2009/Feb/25


ตามตำนานกรีกมีเรื่องเล่าของดอกทานตะวันอยู่ว่า
ไคลที ธิดาแห่งเจ้าสมุทรผู้เติบโตในโลกใต้น้ำ

และไม่เคยพบเห็นดวงอาทิตย์มาก่อน

อยู่มาวันหนึ่ง นางขึ้นมาบนพื้นดิน

เมื่อได้เห็นดวงตะวันเป็นครั้งแรกก็หลงรัก

และเฝ้ามองดูมิให้คลาดสายตาตั้งแต่เวลาเช้าจรดเย็น

เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวันๆ นานๆเข้าร่างของนางก็กลายเป็นต้นไม้ที่มีลักษณะคล้ายกับดวงตะวันและไม่ว่าดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ไปทางใด

ดอกไม้ก็จะหันตามไปเสมอ

ดอกไม้นี้จึงได้ชื่อว่าเป็นดอกไม้แห่งดวงตะวันนับตั้งแต่นั้นมา
...........................................................................


เปรียบความรักเหมือนกับดอกทานตะวันว่า...
"ความรักของฉันมั่นคงและภักดีต่อเธอเสมอ
ดุจดั่งทานตะวันที่ไม่เคยหันมองผู้ใดนอกจากดวงอาทิตย์"

edit @ 25 Feb 2009 15:51:47 by Oni

2009/Feb/06

5 เบื่องหลังความโหดร้ายของนิทานก่อนนอนที่นิยมไปทั่วโลก

The Gruesome Origins of 5 Popular Fairy Tales

               

                รู้จักพี่น้องกริมส์หรือเปล่า พวกเขาคือคนแต่งนิทานเทพนิยายที่โด่งดังไงละ เช่น หนูน้อยหมวกแดง, สโนว์ไวท์ฯ, ซินเดอเรล่า ฯลฯ

                แต่...คุณรู้หรือเปล่าว่าเบื่องหลังนิทานเหล่านั้น มันมีต้นกำเนิดนะมันเป็นนิทานพื้นบ้านของยุโรป ซึ่งมีหลายเวอร์ชั่นนะครับ ซึ่งเนื้อหานี้เหลื่อเชื่อมากว่ามันเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กและโครงเรื่องแสนลึกล้ำยากจะจินตนาการดู

                ว่ากันว่า พระน้องตระกูลกริมส์เคยคิดเอาโครงเรื่องนิทานพวกนี้มาแต่งให้คงเอกลักษณ์รสชาติเดิมไว้ ผลเหรอ...ทางสำนักพิมพ์ก็บอกว่าเอาไปแต่งใหม่ดีกว่าเพราะเนื้อหาของมันไม่เหมาะต่อเยาวชนเด็กและสตรีเพราะมีแต่ความรุนแรง โหดร้าย ทารุณ เซ็กต์(อีกแล้ว) ก่อนที่จะถูกแปลงให้สะอาดและทอนเนื้อหาที่รุนแรง โหดร้ายลง (อย่างน่าเสียดาย)

และนี้คือ 5 นิทานโหด ที่คุณไม่เชื่อว่าต้นกำเนิดของมันช่างน่ากลัวยิ่งนัก


 

อันดับ 5. หนูน้อยหมวกแดง:เล่นเซ็กต์ระหว่างสัตว์,กินเนื้อคน (Little Red Riding Hood: Inter-Species Sex Play, Cannibalism)

 

เวอรชั่นที่คุณรู้:ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เรื่องนี้ในฉบับภาษาเยอรมัน ถูกบอกเล่าให้แก่ พี่น้องตระกูลกริมม์. โดยคนพี่ เจค็อบ กริมม์ ฟังมาจาก Jeanette Hassenpflug (ค.ศ. 1791-1860) , ส่วนคนน้อง วิลเฮล์ม กริมม์ ฟังมาจาก Marie Hassenpflug (ค.ศ. 1788-1856) พี่น้องทั้งสอง ได้รวมเนื้อเรื่องจากทั้งสองฉบับนั้น เป็นเรื่องเดียว จนเป็นฉบับปี ค.ศ. 1857 ที่เป็นเนื้อเรื่องที่แพร่หลายในปัจจุบันซึ่งเนื้อเรื่องค่อนข้างจะจินตนาการมากกว่าฉบับอื่น ๆ ที่ผ่านมา โดยหนูน้อยและคุณยายถูกหมาป่าจับกิน และในภายหลังคนตัดไม้ได้มาช่วย โดยการผ่าท้องหมาป่า ช่วยหนูน้อยและคุณยาย ออกมาได้โดยปลอดภัย

เวอรชั่นเดิม:ที่มาของเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องที่เล่าปากต่อปาก แพร่หลายอยู่ในหลายประเทศในยุโรป ซึ่งคาดว่าเป็นก่อนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่เท่าที่ทราบโดยทั่วไป Le Petit Chaperon Rouge เป็นฉบับแรกสุด ที่ได้รับการตีพิมพ์ จากเนื้อเรื่องนิทานพื้นบ้านของฝรั่งเศส โดยเนื้อเรื่องนั้น ได้ถูกพิมพ์ในหนังสือ ในปี ค.ศ. 1697 ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวม นิทานและเรื่องเล่าต่าง ๆ พร้อมคติสอนใจ โดย ชาร์ลส แปร์โรลต์ เนื้อเรื่องของฉบับนี้จะค่อนข้างรุนแรง เพราะมีการร่วมเพศระหว่างคนกับสัตว์ โดยหนูน้อยหมวกแดงจะระบำเปลื้องผ้าให้หมาป่าที่ปลอมตัวเป็นคุณยายดู.....ก่อนที่หนูน้อยและคุณยายถูกหมาป่าจับกิน และตายไปเลย......... ซึ่งเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า.....

 

อันดับ 4. สโนไวท์: เจ้าชายล่อลวงเด็ก,มนุษย์กินคน (Snow White: Prince Pedophile, More Cannibalism)

               

เวอรชั่นที่คุณรู้: (Snow White in her coffin, Theodor Hosemann, 1852)โดยมีเนื้อเรื่องย่อคือแม่เลี้ยงใจร้ายอิจฉาสโนไวท์ที่สวยกว่าตนเลยวางแผนให้นายพรานพาเธอไปฆ่าที่ป่าทึบ และนำหัวใจกลับมาให้เธอดูเป็นหลักฐาน แต่นายพรานกลับปล่อยสโนเวท์ เธอหนีเข้าไปยังบ้านคนแคระทั้ง 7 พอแม่เลี้ยงทราบข่าวว่าเธอยังมีชีวิตอยู่เธอเลยปลอมตัวเป็นหญิงชราเอาแอ็ปเปิ้ลพิษให้เธอกิน และสโนไวท์ก็หลับและนอนในโลงแก้ง จนเจ้าชายผ่านมาและก็จูบเธอ และสโนไวท์ก็ตื่นและอยู่ด้วยกันกับเจ้าชายอย่างมีความสุข

                เวอรชั่นเดิม: ต้นฉบับดั้งเดิมเป็น นิทานพื้นบ้านของทาง ที่ มีเค้าโครงเรื่องจริงต้นฉบับเดิมคือ สโนไวท์มีแม่เลี้ยงที่บอกนายพรานเธอใส่อะไรนอกเหนือจากการนำหัวใจให้เธอดูด้วย โดยมี ตับ, ปอด, ลำไส้, อวัยวะภายใน และรวมเลือด 1 ขวด กับนิ้วเท้าของเธอและแม่เลี้ยงจะนำไปกิน(คงแค้นมากนะนั้น) และพอเสร็จการฆาตกรรมด้วยแอ็ปเปิ้ล แม่เลี้ยงถามกระจกอีก แล้วกระจกบอกว่าสโนไวท์ไม่ได้ตาย และตอนจบสุดท้ายสโนไวท์ ก็แก้แค้นกระทำของแม่เลี้ยงโดยให้เลี้ยงใส่รองเหล้าเหล็กร้อนๆ และบังคับให้แม่เลี้ยงเต้นรำไปจนขาดใจตาย...

และที่น่าสนใจคือสโนไวท์ในฉบับดั่งเดิมนั้นอายุ 7 ขวบเท่านั้น(โอ้แม่เจ้า) แต่เธอต้องแต่งงานกับเจ้าชายที่แก่กว่าตนหลายเท่า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาของยุโรป(หรือเปล่า?)

 

อันดับ 3.รัมเปลสติลล์สกิน: ตัดเป็นชิ้นๆ, ตาย (Rumpelstiltskin: Dismemberment, Dead Toddlers)

               

เวอรชั่นที่คุณรู้: เรื่องนี้คนไทยอาจไม่รู้จักเท่าไหร่ แต่ถ้าอ่านก็อาจคุ้นๆ (Illustration of Rumpelstiltskin from Andrew Lang's The Blue Fairy Book, ca. 1889) คือกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เจ้าของโรงสีมีลูกสาวสวยที่สามารถม้วนฟางให้เป็นทอง จนเรื่องนี้เข้าหูพระราชาโลภมากเข้า เลยจับขังหอคอยและบอกให้เธอปั่นทองให้ได้เท่านี้ถ้าทำไม่ได้เอ็งตายอย่างเขียด แต่เอยใครจะบ้าทำได้ในขณะที่หญิงสาวกำลังกลุ่มอยู่นั้นคนแคระก็มาหามันเสนอแลกเปลี่ยนกับการแลกบุตรที่เธอคลอดคนแรกให้กับมันและจะช่วยให้เด็กสาวสมปรารถนา จนกระทั้งเด็กสาวทำสำเร็จ ได้แต่งงานพระราชาโลภมาก(ดีไหมนั้น) มีบุตรคนแรก และคนแคระก็มารับเด็กตามข้อตกลงแต่เด็กสาวกลับคำ คนแคระเลยเพิ่มข้อแลกเปลี่ยนเพิ่มโดยทายชื่อเขาให้ถูก โดยมีเวลา 3 วัน (บางเล่มบอกว่าให้ทายแค่ 3 ชื่อในเวลา 3 วัน) เจ้าหญิงเดาชื่อคนแคระไปเรื่อยๆ ทั้ง 2 วันก็ไม่ถูกสักที จนกระทั่งมีคนผ่านไปแอบได้ยินมนุษย์แคระที่ร้องเพลงบอกชื่อของตนว่าเขาชื่อ รัมเปลสติลล์สกินคนผ่านมาเลยไปบอกเจ้าหญิง และสุดท้ายคนแคระเลยอดได้เด็ก

                เวอรชั่นเดิม:ที่มาของเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องที่เล่าปากต่อปากจนกระทั้งพี่น้องตระกูลกริมส์นำมาแต่งใหม่ ซึ่งเวอรชั่นเดิมนั้นหญิงสาวไม่สามารถหาชื่อจริงของคนแคระคนนี้ได้เลย จนสุดท้ายเธอแก้ปัญหานี้โดยต้องเอาลูกคนอื่นสวมรอย พอคนแคระจับได้มันเลยวิ่งจับลูกคนแรกของเด็กสาว(รวมถึงเด็กสาวด้วย)กระทืบเท้าจนขาคนแคระจมพื้นดิน จากนั้นคนแคระกระชากขาดขาและแขนเธอและลูกจนฉีกขาด ซึ่งทหารผู้พิทักษ์ทั้งหมดต้องมาเอาคนแคระออก แต่สายไปเสียแล้วเพราะสิ่งที่เหลือจากนั้นคือซากของเด็กสาวและลูกที่ตายคาที่เหมือนก้อนเนื้อ จนมีคำถามตามมาว่าคนแคระนั้นคือซอมบี้สัตว์ประหลาดปลอมตัวหรือเปล่า

 

อันดับ 2. เจ้าหญิงนิทรา:โคม่า เซ็กต์ (Sleeping Beauty: Coma Sex)

 

เวอรชั่นที่คุณรู้: เวอร์ชันที่คุณรู้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1697 เป็นเรื่องราวของเจ้าหญิงหนุ่มที่ถูกสาปแช่งโดยแม่มดที่เจ้าหญิงไม่เชิญเธอในงานเลี้ยง โดยแม่มดแช่งว่าเธอจะต้องโดนเข็มเย็บผ้าทิ่มแทงนิ้วมือ และตายเมื่อวันเกิดครบรอบ 15 ปี และเมื่อเธอโดนสาป เธอหลับมานานกว่า 100 ปี(ไม่ยายเหรอนั้นแถมไม่ตื่นอีกแสดงว่ายานอนหลับแรงจัด) และแล้วเมื่อถึงวันคลายคำสาปเจ้าชายเด็กก็บุกป่าผ่าดงและพบเจ้าหญิงอายุกว่า 100 ปี จากนั้นก็จูบ เจ้าหญิงตื่นและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข(อิจฉาจังคุณยายได้คั่วเด็ก)

เวอรชั่นเดิม: คุณรู้หรือเปล่า ว่าในนิทานพื้นบ้านฉบับดั้งเดิมนั้น เจ้าหญิงนิทราไม่ได้ตื่นเพราะเจ้าชายจูบ  โดยเธอถูก ทำให้หลับโดยพระราชาที่มีมเหสีแล้ว โดยใช้เศษไม้ทิ่มที่ใต้เล็บ และเธอก็หลับไม่ตื่นอีกเลยทำให้พระราชาร่วมประเวณีกับเธอหลายครั้งมานานกว่าร้อยกว่าปี(พ่อกับลูก!!) ขณะที่เธอยังหลับนั้นก็ได้ตั้งครรภ์ให้กำเนิดลูกแฝด?  หลังจากที่เธอได้ให้กำเนิดลูกแฝด แฝดคนหนึ่งต้องการดูดนมแม่ แต่กลับไปดูดเศษไม้ออกจากนิ้วโป้งของเธอ ทำให้เธอได้ตื่นจากนิทราที่ถูกสาป จนเราต้องตั้งคำถามว่ายานอนหลับนี้ยี่ห้ออะไรนี้ถึงหลับนานกว่า 100 ปี โดยไม่ตื่น

 

อันดับ 1. ซินเดอเรลลา ตัดนิ้วเท้า, เซ็กต์, สิ่งที่มากกว่าตัดนิ้วเท้า (Cinderella: Mutilation, Sex, More Mutilation)

 

เวอรชั่นที่คุณรู้: (Gustave Doré's illustration for Cendrillon)เป็นเทพนิยายปรัมปราที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทั่วทั้งโลก มีการดัดแปลงเป็นรูปแบบต่างๆ มากมายกว่าพันครั้ง โดยที่โด่งดังสุดเป็นของชาร์ลส แปร์โรลต์ นักเขียนชาวฝรั่งเศส รวมถึงสองพี่น้องตระกูลกริมม์ ชาวเยอรมันเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กสาวกำพร้าผู้หนึ่งที่อยู่ในอุปถัมภ์ของแม่เลี้ยงกับพี่สาวบุญธรรมสองคน แต่ถูกทารุณและใช้งานเยี่ยงทาสเพราะเกลียดที่เธอสวยกว่าพวกตน จนกระทั่งวันหนึ่งเทพธิดาก็ปรากฏตัวและเสก ซินเดอเรลลาสวยใส่เสื้ออาภรณ์ที่แสนหรู และรถม้าสี่ล้อขนาดใหญ่จากฟักทอง และพบรักกับเจ้าชาย แต่เจ้ากรรมมนต์นั้นจะหมดฤทธิ์เที่ยงคืนเวลา 24:00 นาฬิกา เธอรีบจนลืมรองเท้าแก้ว(บางเรื่องรองเท้าขนสัตว์) เจ้าชายจึงการออกไปและ พบซินเดอเรลลา, รองเท้าเหมาะสม, และเขาอาศัยอยู่อย่างมีความสุขหลังจากนั้น

เวอรชั่นเดิม:นิทานเรื่องนี้มีเวอรชั่นที่หลายหลายมากมายซึ่งเก่าแก่เท่าที่พบ พบว่ามันอยู่ในช่วง 850 ก่อนคริสตกาล ก่อนที่เจค็อบกับวิลเฮล์ม กริมม์ (สองพี่น้องตระกูลกริมม์) ซึ่งประพันธ์ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่ครั้งแรกนั้น เด็กสาวในเรื่องนี้ชื่อว่า แอนน์ เดล ทาโคล หรือ แอนน์แห่งทาโคลบัน ใช้ชื่อตำนานว่า Aschenputtel ผู้มาช่วยเด็กสาวไม่ใช่นางฟ้าแม่ทูนหัว แต่เป็นผลจากคำอธิษฐานต่อต้นไม้วิเศษซึ่งงอกงามขึ้นบนหลุมฝังศพของแม่ของเธอ(ปลาบู่ทองเรอะ) ในเรื่องนี้ และเมื่อเจ้าชายไปตามหาเจ้าของรองเท้า แม่ก็ให้พี่เลี้ยงใจร้ายทั้งสองลองรองเท้า ปรากฏว่าใหญ่เกินไป แม่เลี้ยงเลยจัดการเอามีดตัดสิ้นเท้าทิ้งแล้วบังคับให้ลูกใส่รองเท้าลงไปให้ได้ จนเจ้าชายเกือบจะหลงเชื่อ แต่ดันมีเจ้านกแถวนั้นผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาบอกเจ้าชาย และเมื่อเจ้าชายทราบเรื่องในภายหลังก็แต่งงานกับนางเอก ส่วนพี่เลี้ยงแต่เลี้ยงต่อมานกพิราบสองตัวจิกลูกตาของพวกนาง ทำให้กลายเป็นขอทานตาบอดไปตลอดชีวิตถือว่าเป็นการลงโทษ(??)ที่เหมาะสมแล้วสำหรับความชั่วของพวกเธอ

edit @ 6 Feb 2009 12:23:29 by Oni

edit @ 6 Feb 2009 12:25:54 by Oni

2009/Jan/29

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ดินแดนแห่งผืนฟ้าอันกว้างใหญ่
ประกอบไปด้วยดวงดาวใหญ่น้อยอยู่รวมกันมากมาย
ดวงดาวเหล่านี้จะตื่นขึ้นมาทอประกายในตอนกลางที่มืดมิด
บ้างก็ช่วยนำทางให้กับเรือที่ลอยลำอยู่กลางทะเล
บ้างก็ช่วยปลอบโยนผู้คนที่กำลังมองท้องฟ้าด้วยความรู้สึกเดียวดายและอ้างว้าง
บ้างก็คอยรับฟังคำอธิษฐานของเด็กดีและช่วยให้พวกเขาสมหวัง
ดาวแต่ละดวงล้วนทำงานหนักและมีหน้าที่แตกต่างกัน
ดังนั้นในทันทีที่ฟ้าสว่าง พวกดวงดาวที่เหน็ดเหนื่อยต่างก็พากันหลับใหล
ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของราชินีแห่งราตรีที่คอยเก็บผ้ากำมะหยี่สีดำที่คลุมท้องฟ้าออกไป
และพาดวงดาวที่หลับสนิทไปเก็บในที่ที่จัดไว้ในเวลากลางวัน

ดาวเหนือเป็นดาวที่สุกสว่าง เอาไว้ใช้นำทางเพื่อบอกว่าทิศเหนืออยู่ทางไหน
ราชินีแห่งราตรีสอนเจ้าหญิงรัตติกาล พลางเก็บดาวเหนือไว้ในที่ที่จัดไว้

ลูกต้องจดจำตำแหน่งดวงดาวให้ได้ และนำมาเก็บให้เป็นที่เป็นทาง
เวลานำไปวางบนท้องฟ้าอีกครั้ง จะได้ไม่สับสน
ราชินีแห่งราตรีย้ำ

แต่เจ้าหญิงรัตติกาลไม่ชอบเลยที่จะต้องค่อยๆจัดเรียงดวงดาวให้เข้าที่แบบนี้
..กว่าจะเสร็จก็คงหมดเวลาเล่นพอดี แล้วอีกเดี๋ยวก็ต้องเอาออกไปเรียงบนฟ้าใหม่อีกแล้ว
เจ้าหญิงคิดพลางแอบหันไปย่นจมูกใส่กลุ่มดาวเต่า

ลูกจำกลุ่มดาวลูกไก่ได้ไหม กลุ่มดาวของเด็กกตัญญูไง
เด็กดีต้องมีความกตัญญูนะคะ เอาล่ะ  เราจะเก็บดาวลูกไก่ไว้ตรงนี้นะ
แล้วราชินีแห่งราตรีก็วางกลุ่มดาวลูกไก่ให้หลับสบายอยู่ในที่ของมัน

ราชินีแห่งราตรีและเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลทำงานกันจนใกล้ค่ำ
ก็ถึงเวลาต้องเอาดวงดาวทั้งหมดไปเรียงบนฟ้าใหม่
หลังจากปูผ้ากำมะหยี่สีดำ พระนางก็เริ่มวางดาวเหนือไว้ทางทิศเหนือ
และดาวศุกร์ ซึ่งในตอนหัวค่ำเราจะเรียกว่าดาวประจำเมืองไว้ทางทิศตะวันตก
เพื่อเป็นหลักในการกำหนดตำแหน่งดวงดาวอื่นๆ

ทำไมฉันต้องมาทำงานที่น่าเบื่อพวกนี้ด้วยนะ
เจ้าหญิงรัตติกาลบ่นพลางวางดาวไถทั้งสามดวงลงไป แต่เธอก็บ่นดังมากไม่ได้
เพราะราชินีแห่งราตรีเคยบอกไว้ ว่าถ้าเธอบ่นหรือทำงานอย่างไม่เต็มใจ ดวงดาวบนฟ้าจะทอประกายหม่นหมอง
แต่หากเธอใส่ความสุข ซึ่งเป็นเวทมนต์ในการทำงาน ดวงดาวทุกดวงจะกระพริบแสงสุกสว่าง
แต่ถึงแม้จะรู้อย่างนั้น ก็มีหลายครั้งที่เจ้าหญิงทำตามไม่ค่อยได้  จึงมีบางคืนที่เราจะมองเห็นดวงดาว
อับแสงลงไป

เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล วันนี้ลูกทำงานคนเดียวได้ไหม แม่รู้สึกไม่ค่อยสบาย
ราชินีแห่งราตรีถามเจ้าหญิงในเช้าวันหนึ่ง ซึ่งถึงเวลาต้องเก็บดาวออกจากราวฟ้า

ได้ค่ะแม่
เจ้าหญิงรับคำอย่างเต็มใจ เพราะอยากให้ราชินีพักผ่อนให้สบาย
อีกอย่าง ถ้าราชินีไม่อยู่ เธอก็จะวางดวงดาวทั้งหมดไว้โดยไม่ต้องเอาไปจัดเรียงให้เป็นระเบียบก็ได้
ถึงยังไงเดี๋ยวก็ต้องเอาออกมาใช้ใหม่อยู่แล้วนี่นา

ดังนั้น เมื่อแน่ใจแล้วว่าราชินีแห่งราตรีกำลังหลับใหล เจ้าหญิงจึงทิ้งดวงดาวที่ยังไม่ได้จัดเรียง
ออกไปเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน กว่าจะกลับมาอีกครั้งก็เมื่อเวลาใกล้ค่ำ แต่ราชินีก็ยังไม่ตื่น

แย่แล้ว ถึงเวลาที่ต้องเอาดวงดาวออกมาเรียงบนฟ้าใหม่
เจ้าหญิงบอกตัวเองอย่างตกใจ พลางรีบค้นหาดาวเหนือจากดวงดาวที่ยังกองรวมกันไว้ในห่อผ้ากำมะหยี่

หาดาวเหนือไม่เจอ ทำไงดีๆๆ
เจ้าหญิงร้องหาดาวเหนือพลางรื้อโน่นค้นนี่ให้วุ่นวาย ดาวลูกไก่ดวงหนึ่งเลยกระเด็นไปอยู่ในกลุ่มดาวไถ
ดาวศุกร์ซึ่งตอนหัวค่ำควรจะขึ้นทางทิศตะวันตกก็กระเด็นไปอยู่ทางทิศตะวันออก
และเปลี่ยนชื่อเป็นดาวประกายพรึกแทน

สุดท้ายแล้วคืนนั้นดาวเหนือกลับไปขึ้นอยู่ทางทิศใต้ ดาวอธิษฐานบางดวงของเด็กๆก็หายไป
เพราะการที่เจ้าหญิงรัตติกาลรีบร้อนทำงานและไม่ยอมจัดเก็บดวงดาวให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ชาวประมงจึงหลงทางกลางทะเลที่ทั้งมืดทั้งกว้างใหญ่ เด็กๆที่มองหาดวงดาวอธิษฐานไม่เจอ
ก็เอาแต่นั่งร้องไห้

นี่ฉันทำอะไรลงไปนี่ นี่ฉันทำอะไรลงไป
เจ้าหญิงคร่ำครวญและร้องไห้
ทั้งๆที่รู้ว่างานนี้สำคัญ ฉันก็ยังทำงานอย่างไม่ระมัดระวัง ฉันน่าจะเชื่อแม่และเก็บข้าวของ
ให้เป็นที่เป็นทาง เพื่อจะได้หาของที่ต้องการใช้เจอ ในเวลาที่อยากจะใช้มันอีกครั้ง

กว่าเจ้าหญิงจะรู้ตัวก็เกือบสายเกินไป ดีที่เจ้าชายแห่งสายลมพัดผ่านมา

เอาอย่างนี้ดีกว่าเจ้าหญิง ฉันจะช่วยพัดม่านเมฆมาบังดวงดาวทั้งหมดเอาไว้ก่อน
ระหว่างนั้นเธอต้องจัดเรียงดวงดาวใหม่ให้ถูกต้องนะ
เจ้าชายแห่งสายลมอาสาช่วยเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด

ฉันคงทำไม่ทัน แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด
เจ้าหญิงบอกกับตัวเองและตั้งใจจะแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดไป

ลูกอยากจะให้แม่ช่วยด้วยไหม
ราชินีแห่งราตรีตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ได้ แต่หลังจากพระนางได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
อาการป่วยไข้ก็หาย  ทั้งเจ้าหญิงและราชินีจึงช่วยกันจัดเรียงดวงดาวบนฟ้าใหม่จนเรียบร้อย
แล้วเจ้าชายแห่งสายลมจึงค่อยๆพัดม่านเมฆให้เปิดออกจนเห็นดวงดาวที่พราวฟ้า

นั่นไง ดาวเหนืออยู่ตรงนั้นไงล่ะ
ชาวเรือร้องบอกแก่กัน พลางหันหัวเรือไปยังทิศทางที่ถูกต้อง

นั่นไง ดวงดาวอธิษฐานของฉัน
เด็กๆที่กำลังร้องไห้เช็ดน้ำตา เมื่อเห็นดาวอธิษฐานปรากฏที่ขอบฟ้าอีกครั้ง

เห็นหรือยังว่าหน้าที่ของเธอสำคัญมากเลยนะ เจ้าหญิงรัตติกาล
เจ้าชายสายลมก้มลงมองใบหน้าแห่งความสุขเหล่านั้น ก่อนจะพัดผ่านไป
ถึงตอนนี้เจ้าหญิงเองก็รู้แล้วว่า หน้าที่ของเธอนั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน

ต่อไปนี้ลูกจะทำงานด้วยความตั้งใจ และที่สำคัญจะดูแลดาวทุกดวงให้อยู่เป็นที่เป็นทาง
เพราะนอกจากจะทำให้สะอาดสวยงาม ยังง่ายเวลาจะใช้ด้วย ..จริงไหมคะแม่

เจ้าหญิงรัตติกาลหันไปถามราชินีอย่างนั้น
แล้วแม่ลูกก็ยิ้มให้กัน หากมีใครสักคนกำลังจ้องมองท้องฟ้าในคืนนั้น
คงพบว่าแสงดาวสุกสว่างกระจ่างเต็มฟากฟ้า ..
กว่าทุกคืน